โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการจิตตปัญญาศึกษา

Hand

Experiences Practical

พงษธร ตันติฤทธิศักดิ์ และ คณะ

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการจิตตปัญญาศึกษาโดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผ่านศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดำเนินงานวิจัยมาเป็นระยะเวลา1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2552 โครงการฯ มุ่งสร้างและพัฒนาความรู้ให้ส่งเสริมและสนับสนุนจิตตปัญญาศึกษาในระบบการศึกษาไทย จึงได้ดำเนินการศึกษาต่อยอดจากงานวิจัยสำรวจพรมแดนความรู้จิตตปัญญาศึกษาและโมเดล “จิตตปัญญาพฤกษา” ในปีก่อนหน้า โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบจิตตปัญญาศึกษาในอุดมศึกษา 2) สร้างฐานข้อมูลและความรู้วิชาการเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานจิตตปัญญาศึกษา และ 3) เพื่อขยายและพัฒนาเครือข่ายนักวิจัยและนักปฏิบัติจิตตปัญญาศึกษา ภารกิจหลักของโครงการฯ ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปฏิบัติการ การจัดทำบรรณานิทัศน์ การจัด ทำต้นฉบับหนังสือแนะนำจิตตปัญญาศึกษา ฐานข้อมูลบุคคลและองค์กร และการจัดประชุมจิตตปัญญาสนทนา

การวิจัยเชิงปฏิบัติการได้ศึกษาการนำจิตตปัญญาศึกษาไปใช้ในชั้นเรียนจึงดำเนินการเพื่อตอบคำถามวิจัย 2 ข้อ ได้แก่ 1) การประยุกต์โมเดล “จิตตปัญญาพฤกษา” ในระดับอุดมศึกษาควรมีกระบวนการอย่างไร และ 2) การจัดการเรียนการสอนแนวจิตตปัญญาศึกษามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ของผู้เรียนหรือไม่ อย่างไรโครงการฯ ได้ทบทวนแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องทั้งแนวคิดการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน แนวคิดจิตตปัญญาศึกษา แนวคิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน ตลอดจนได้คำนึงถึงคุณค่าร่วมของคณะนักวิจัยซึ่งมีผลต่อการศึกษาโครงการฯ กำหนดใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมผสานโดยใช้กรณีศึกษาจำนวน 2 ชั้นเรียน ได้แก่ ชั้นเรียนวิชาหลักการและปรัชญาการศึกษานอกระบบโรงเรียน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และชั้นเรียนวิชาสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพศึกษา: ทฤษฎีและปฏิบัติคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในระหว่างภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2551 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2551 จนถึงเดือนตุลาคม 2551 โดยศึกษาถึงพื้นฐานความเชื่อและประสบการณ์ของอาจารย์ผู้สอน ข้อมูลพื้นฐานทั่วไปของรายวิชา บริบทของชั้นเรียน และกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน

โครงการฯ ได้ดำเนินการวิจัยตามวงจรปฏิบัติการ-การสะท้อน (Action-Reflection) และใช้เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) การสนทนากลุ่ม (Focus Group) การเขียนบันทึก (Journal) และการสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม (Participant Observation) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลแบ่งเป็นการเก็บข้อมูลก่อนภาคการศึกษา (Pre-test) การเก็บข้อมูลระหว่างภาคการศึกษา (During-test) และการเก็บข้อมูลเมื่อจบภาคการศึกษา (Post-test) ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลในการศึกษาได้ใช้วิธีวิเคราะห์แบบ Content Analysis จากข้อมูลที่ได้ในการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการเขียนบันทึก โดยวิเคราะห์ศึกษาผลการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในส่วนของแก่นจิตตปัญญาพฤกษาและปัญญา-ความรักความเมตตา ตลอดจนใช้สถิติเชิงพรรณาในการวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองใช้เครื่องมือแบบสอบถามที่ได้สร้างขึ้นเพื่อวัดระดับการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานของผู้เรียน

ผลการวิจัยเชิงปฏิบัติการในส่วนของการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานของผู้เรียนในกรณีศึกษาที่ 1 ชั้นเรียนวิชาหลักการและปรัชญาการศึกษานอกระบบโรงเรียน พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับ ปัญญา-ความรักความเมตตาในนิสิตจำนวนหนึ่ง และในระดับในกลุ่ม กระบวนการเรียนรู้ที่ใช้ในชั้นเรียนได้ทำให้นิสิตเกิดความเบิกบานและผ่อนคลาย และเกิดการมีจิตใจตั้งมัน่ และเป็นกลางตามแนวคิด ‘แก่น’ ในโมเดล “จิตตปัญญาพฤกษา”

ผลการวิจัยเชิงปฏิบัติการในส่วนของการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานของผู้เรียนในกรณีศึกษาที่ 2 ชั้นเรียนวิชาสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพศึกษา: ทฤษฎีและปฏิบัติ พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับปัญญา-ความรักความเมตตาในนักศึกษาส่วนใหญ่ และในระดับกลุ่มกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้ในชั้นเรียนได้ทำให้นักศึกษาเกิดการมีสติ การสืบค้นกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะกับตน การน้อมมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจริงจัง ความเบิกบานและผ่อนคลาย และการมีจิตใจตั้งมั่น และเป็นกลาง ตามแนวคิด ‘แก่น’ ในโมเดล “จิตตปัญญาพฤกษา”

จากการวิเคราะห์ผลการวิจัยเชิงปฏิบัติการพบว่าการประยุกต์ใช้โมเดล “จิตตปัญญาพฤกษา” ในระดับอุดมศึกษามีหลักการสำหรับจัดกระบวนการ 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นเตรียมการ ซึ่งครอบคลุมถึงการเตรียมผู้สอน การเตรียมสังฆะของการเรียนการสอน และการเตรียมการ/ออกแบบ เครื่องมือและการปฏิบัติขั้นดำเนินการ โดยครอบคลุมถึงประยุกต์ใช้เครื่องมือและการปฏิบัติแนวจิตตปัญญาศึกษา การเชื่อมโยงปัญหาในสถานการณ์จริง และการปล่อยวางความคาดหวังผลของการปฏิบัติขั้นตอนสุดท้าย คือขั้นการจบ/ปิดการเรียนการสอนของชั้นเรียน ครอบคลุมถึงการประเมินแนวจิตตปัญญาศึกษา การเชื่อมโยงให้ผู้เรียนปฏิบัติแนวจิตตปัญญาศึกษาในชีวิตจริงต่อไป และการสนับสนุนให้มีสังฆะของกัลยาณมิตรระหว่างผู้เรียน

การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในผู้เรียนของทั้งสองกรณีศึกษาในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยพบการเปลี่ยนแปลงของระดับปัญญา-ความรักความเมตตา และการเปลี่ยนแปลงของ ‘แก่น’ ตามโมเดล “จิตตปัญญาพฤกษา” ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ได้แก่ เวลาของชั้นเรียน ลักษณะวิชาบังคับหรือวิชาเลือก แนวทางและกระบวนการการเรียนรู้ และบริบททางสังคมวัฒนธรรมและชุมชนของการเรียนรู้

กล่าวโดยสรุปได้ว่า กระบวนการเรียนรู้แนวจิตตปัญญาศึกษาสามารถทำให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ได้ “จิตตปัญญาพฤกษา” เป็นโมเดลที่มีประโยชน์ในการจัดกระบวนการเรียนรู้แนวจิตตปัญญาศึกษา เพราะช่วยให้ผู้สอนมีฐานคิด (Conceptual Basis) และ แนวทาง (Guideline) ในการเข้าใจ วางแผน เตรียมการ ดำเนินการ และประเมินชั้นเรียน หัวใจของกระบวนการเรียนรู้แบบจิตตปัญญาศึกษาอยู่ที่ การมีสติระลึกได้รู้เนื้อรู้ตัวอยู่เสมอ รู้ว่ากระบวนการใดเหมาะกับตัวผู้เรียนเองและเหมาะกับชั้นเรียน มีความจดจ่อต่อเนื่องไม่ย่อท้อ เกิดความสุขรู้สึกดีทั้งก่อนระหว่างและหลังทำ ผ่อนคลาย มีใจตั้งมั่น มีเครือข่ายกัลยาณมิตรในการเรียนรู้ และที่สำคัญไม่คาดหวังผล

งานวิจัยได้มีข้อเสนอแนะว่าการขับเคลื่อนเรื่องจิตตปัญญาศึกษาในอุดมศึกษา ควรมุ่งเน้นให้ความความสำคัญกับการเตรียมผู้สอน การส่งเสริมให้มีเครือข่ายของกัลยาณมิตรในการเรียนรู้ทั้งในและนอกชั้นเรียน การสนับสนุนจากหน่วยงาน และการปรับระบบการประเมินทั้งในผู้เรียนและผู้สอนให้สนับสนุนการเรียนรู้ที่แท้จริง

สำหรับภารกิจการจัดทำบรรณานิทัศน์หนังสือที่เกี่ยวกับจิตตปัญญาศึกษา โครงการฯได้ยกร่างรายชื่อหนังสือและขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิถึงความเหมาะสม จากนั้นจึงร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการและนักปฏิบัติแนวจิตตปัญญาศึกษาในการทบทวนและเขียนบรรณานิทัศน์จนได้บรรณานิทัศน์เป็นจำนวนทั้งสิ้น 80 รายการ แบ่งเป็นหนังสือภาษาอังกฤษจำนวน 53 รายการ และภาษาไทยจำนวน 27 รายการ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่และส่งเสริมการจัดการศึกษาแนวจิตตปัญญาศึกษา

โครงการฯ ยังได้บรรลุภารกิจในการจัดทำต้นฉบับหนังสือแนะนำจิตตปัญญาศึกษา โดยเรียบเรียงปรับปรุงจากผลการศึกษาสำรวจพรมแดนความรู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการวิจัยและจัดการความรู้จิตตปัญญาศึกษา (2551) มีเนื้อหาหลักประกอบด้วยความเป็นมาและจุดเริ่มต้นของจิตตปัญญาศึกษา การปฏิบัติและกิจกรรมการเรียนรู้แนวจิตปัญญาศึกษา การวิจัยสืบค้นความรู้ และการประเมินที่เหมาะสม ตลอดจนโมเดล “จิตตปัญญาพฤกษา” ที่เป็นแนวทางในการประยุกต์นำจิตตปัญญาศึกษาไปใช้

นอกจากนี้ ในส่วนภารกิจการจัดทำฐานข้อมูลบุคคลและองค์กรนั้น โครงการฯ ได้รวบรวมข้อมูลและบทบาทภารกิจหลักขององค์กรที่มีพันธกิจเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้แนวจิตตปัญญาศึกษาไว้เป็นจำนวน 78 แห่ง และได้รวบรวมรายชื่อของบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถและมีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องกับจิตตปัญญาศึกษา เป็นจำนวน 418 ราย ครอบคลุมทั้ง นักวิชาการ นักการศึกษา ครูอาจารย์ นักปฏิบัติ นักฝึกอบรม และสื่อมวลชน

อนึ่ง โครงการฯ ได้ดำเนินการจัดประชุมจิตตปัญญาสนทนา (Contemplative Research Dialogue — CoRDial) เพื่อแลกเปลี่ยนยกระดับความรู้จากการวิจัยและการปฏิบัติในแนวจิตตปัญญาศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน จำนวน 9 ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมตลอดทั้งกระบวนการรวมทุกครั้งประมาณ 60 คน ซึ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมประกอบด้วย กลุ่มนักวิชาการซึ่งได้ศึกษาและมีความสนใจในองค์ความรู้และทฤษฎีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับจิตตปัญญาศึกษา กลุ่มนักวิจัยซึ่งศึกษาวิจัยในโครงการและงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับจิตตปัญญาศึกษา ทั้งในระดับนักวิจัยและผู้รับผิดชอบโครงการ กลุ่มนักปฏิบัติซึ่งมีประสบการณ์ในการฝึกปฏิบัติแนวทางต่างๆ ตลอดจนกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาโทของหลักสูตรจิตตปัญญาศึกษาและการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง มหาวิทยาลัยมหิดล

ปีที่ตีพิมพ์: 2552

แหล่งข้อมูล: ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล 

ฉบับเต็ม: โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการจิตตปัญญาศึกษา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Articles

สุปรียส์ กาญจนพิศศาล และ ปฏิพัทธ์ อนุรักษ์ธรรม

การศึกษาทัศนคติของกระบวนกร ผู้ป่วยและผู้ดูแล ที่มีต่อกระบวนการเรียนรู้ไพ่ฤดูฝน (A Study of Facilitators, Patients and Caregivers’ attitudes towards Learning Process of Empathy Card  for Patients and Caregivers)

Heart

Experiences Non-Religion Tools

Articles

ศักดิ์ชัย อนันต์ตรีชัย และ อริสา สุมามาลย์

 การพัฒนาศักยภาพอาจารย์ในการจัดการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงด้วยจิตตปัญญาศึกษา : กรณีศึกษาโครงการสอนนอกกรอบ : ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงจากภายใน สำหรับอาจารย์ในกลุ่มวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สถาบันพระบรมราชชนก (The Development of Capacities of Teachers in Transformative Learning Management by Contemplative Education Approach: The Case Studies of the “Teach out of the Box: Transformative Teachers from Within” Project for Teachers in the Boromarajonani Colleges of Nursing, Praboromarajchanok Institute)

Hand

Experiences Practical

Articles

อริสา สุมามาลย์ รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา และ ดร.หิมพรรณ รักแต่งาม

การเสริมสร้างเป้าหมายในชีวิตของนักศึกษาด้วยจิตตปัญญาศึกษาและการเรียนรู้ของผู้ใหญ่: กระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญและปัจจัยแห่งความสำเร็จ

Hand

Experiences Practical

แชร์

แชร์ผ่านช่องทาง

หรือคัดลอก URL